วันนี้แอดมินก็ยังไม่ไปไหนยังขออยู่ในพม่าเหมือนเดิม หลังจากที่ได้ขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองพุกามแล้ว งานนี้เราขอลุยเที่ยวต่อ เป้าหมายต่อไปของเราคือ เที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก ถือได้ว่าเก่าแก่ที่สุดโดยมีอายุกว่า 200 ปี มาแล้วค่ะ จะมั่วช้าอยู่ใยไปกันโลดดค่า !!!

สะพานอูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวและเก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุกว่า 200 ปี และมีความยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร สร้างขึ้นจากไม้สักจำนวน 1,086 ต้น ซึ่งเป็นไม้ที่เหลือจากการรื้อพระราชวังกรุงอังวะในปี ค.ศ.1783  ในสมัยที่พระเจ้าปดุงโปรดให้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองอังวะ มายังเมืองอมรปุระ และนอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อในเรื่องของจุดชมวิวยามพระอาทิตย์ตกแล้ว สะพานอูเบ็งยังเป็นสถานที่ซึ่งชาวเมียนมาร์ใช้สัญจรไปมาในชีวิตประจำวันอีกด้วย ตั้งอยู่ในเมืองอมรปุระ ประเทศพม่า

ประวัติความเป็นมาของสะพานอูเบ็ง

            การก่อสร้างสะพานอูเบ็งเริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1849 และสิ้นสุดลงในปี ค.ศ.1851 เชื่อกันว่าขุนนางที่ควบคุมการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ มีนามว่า ”อูเบียน” จึงกลายเป็นที่มาของชื่อสะพานในปัจจุบัน โดยวิศวกรชาวพม่ายุคนั้นใช้วิธีกำหนดสัดส่วนและวัดระยะด้วยจำนวนก้าวของมนุษย์ และในท่อนกลางของสะพานนั้นสร้างเป็นทรงโค้งเว้าเพื่อลดแรงต้านจากลมและกระแสน้ำ

 แม้จะผ่านกาลเวลามานับร้อยปี แต่โครงสร้างของสะพานในปัจจุบันยังถือว่ามั่นคงแข็งแรงด้วยจำนวนเสาไม้สักทั้งหมด 1,086 ต้น แต่ละต้นถูกปักลึกลงไปใต้ดินกว่า 7 ฟุต บวกกับการเสริมปูนซีเมนต์เข้าไปบางส่วนเพื่อรักษาสภาพการใช้งานเอาไว้ และยังมีการบูรณะซ่อมแซมอยู่เป็นระยะ สะพานอูเบ็งจึงยืนหยัดคู่กับวิถีชีวิตของชาวอมรปุระมาจนถึงทุกวันนี้ 

เวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว

            เนื่องจากประเทศพม่ามีสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงนิยมเดินทางไปในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับการท่องเที่ยวประเทศพม่า ส่วนในฤดูอื่นๆนั้นก็ยังคงสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตามปกติ โดยในฤดูร้อนนั้นอาจต้องเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด แห้งแล้ง และฝุ่นควันจากพื้นที่โดยรอบเป็นพิเศษ ส่วนในฤดูฝนนั้นอาจต้องเตรียมรับมือกับสภาพฝนตกชุกและการเดินทางที่อาจมีอุปสรรคมากกว่าในช่วงเวลาปกติ

ข้อมูลทั่วไปที่ควรรู้

  • เนื่องจากสะพานอูเบ็งเป็นสะพานที่ชาวพม่าในละแวกนั้นใช้สัญจรไปมาตามปกติในชีวิตประจำวัน การถ่ายรูปทั้งตนเองและผู้อื่น ควรพึงระวังไม่ให้รบกวนหรือขัดขวางการใช้ชีวิตของผู้คนในบริเวณนั้นอยู่เสมอ
  •  แม้ว่าจะเป็นสะพานที่แข็งแรง แต่สะพานอูเบ็งนั้นไม่มีราวกั้นทั้งสองฝั่ง รวมถึงซี่ไม้ตามทางเดินอาจมีช่องว่างจากการผุพัง นักท่องเที่ยวจึงควรต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษขณะเดินบนสะพาน
  •   ข้อแนะนำสำคัญอีกข้อหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่เหมารถแท็กซี่ไปยังสะพานอูเบ็งในช่วงเย็น คืออย่าลืมนัดแนะจุดขึ้นรถกับคนขับให้ดี รวมถึงจำลักษณะและทะเบียนของรถเอาไว้ให้แม่นยำ เพราะหลังจากที่พระอาทิตย์ตกไปแล้ว บริเวณลานจอดรถจะค่อนข้างมืด ทั้งยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินกลับมาขึ้นรถพร้อมๆกัน ทำให้ยากแก่การค้นหารถที่จ้างมา