บาหลีเป็นอีกหนึ่งเมืองสวย ๆ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติครบครัน และยังใช้เวลาเดินทางไม่นาน ไม่ต้องใช้วีซ่า ค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงอีกด้วย และถ้าใครกำลังวางแผนจะไปเที่ยวบาหลี เราก็ได้รวบรวมเรื่องน่ารู้บาหลีมาฝากกันค่ะ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

 บาหลี มีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย มีลักษณะเป็นเกาะ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะชวา และทางด้านตะวันตกของเกาะลอมบอก มีพื้นที่ทั้งสิ้นราว ๆ 5,636 ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่บนเกาะนั้นมีความหลากหลายทางภูมิประเทศ ภูเขาไฟที่สำคัญ คือ  Mount Batur ส่วนยอดเขาที่สูงที่สุด คือ Mount Agung

– การปกครองของบาหลีนั้นจะแยกออกเป็น 8 เขต ได้แก่ บาดุง (Badung), บังลี (Bangli), บูเลเล็ง (Buleleng), เกียญาร์ (Gianyar), เจิมบรานา (Jembrana), การางาเซ็ม (Karangasem), กลุงกุง (Klungkung) และตาบานัน (Tabanan) ซึ่งแต่ละเขตก็จะมีเมืองหลัก โดยเมืองที่สำคัญของบาหลีนั้น คือ เมืองเด็นปาซาร์ (Denpasar)  

– เมืองเด็นปาซาร์ ถือว่าเป็นเมืองที่สำคัญของบาหลี มีฐานะเป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์รวมในด้านต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ, การลงทุน, การศึกษา, การท่องเที่ยว ฯลฯ พร้อมทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงไปสู่หมู่เกาะซุนดาน้อย (Lesser Sunda Islands)

– เมืองคูตา (Kuta) เป็นอีกเมืองที่สำคัญของบาหลี ตั้งอยู่ในเขตบาดุง เป็นเมืองที่มีความคึกคักไม่แพ้กับเมืองเด็นปาซาร์ เป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวสนุกสนานต่าง ๆ และยังเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานนานาชาติงูระห์ ไร (Ngurah Rai International Airport) ซึ่งเป็นสนามบินหลักของเกาะบาหลีที่เชื่อมต่อกับประเทศต่าง ๆ ถ้าเดินทางจากประเทศไทย ก็จะต้องบินไปลงที่สนามบินนี้
 
          – เมืองอูบุด (Ubud) เป็นอีกหนึ่งเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เพราะมีภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นนาข้าว อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีที่พักกลางทุ่งนาสวยหรูราคาไม่แพงให้เลือกพักผ่อนมากมาย แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อาทิ Tjampuhan’s Sacred Hills, Campuhan Ridge Walk, Telaga Waja Rafting เป็นต้น    

          – คนบาหลี ส่วนใหญ่เป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิม ซึ่งมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น นับถือศาสนาฮินดูเป็นหลัก เวลาไปวัดก็จะแต่งกายสุภาพและสงบเสงี่ยม ค่อนข้างเคร่งครัดกับหลักปฏิบัติทางศาสนาและวัฒนธรรมในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่เว้นแม้แต่นักท่องเที่ยว ก็ต้องทำตามกฎอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกัน เช่น แต่งกายให้สุภาพ, เข้าวัดต้องนุ่งโสร่งและคาดผ้าคาดเอว และไม่เดินข้ามหรือเหยียบเครื่องบูชา สำหรับนักท่องเที่ยวผู้หญิงควรทราบไว้สักนิดว่าทางสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง  ๆ จะห้ามเข้าเยี่ยมชมขณะที่มีประจำเดือน

          – ถึงแม้ว่าคนบาหลีส่วนใหญ่จะพูดภาษาพื้นเมือง แต่ในสถานที่ท่องเที่ยวและเมืองสำคัญต่าง ๆ ก็ยังมีบางคนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี เพระาฉะนั้นหากเดินทางไปเที่ยวบาหลีครั้งแรกก็ไม่ต้องกังวล

          – นักท่องเที่ยวชาวไทย สามารถเดินทางไปเที่ยวบาหลีได้โดยที่ไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถพำนักอยู่ในบาหลี พร้อมทั้งประเทศอินโดนีเซีย ได้ไม่เกิน 30 วัน

          – เวลาที่บาหลีจะต่างจากประเทศไทย 1 ชั่วโมง โดยจะเดินเร็วกว่า

          – เงินบาหลี จะใช้เป็นสกุลรูปียะห์อินโดนีเซีย โดย 1 รูปียะห์ = 0.002166 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2563)

– เที่ยวบาหลีช่วงไหนดี อากาศที่บาหลีนั้นจะไม่แตกต่างจากไทยมากนัก อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส โดยช่วงมรสุมจะอยู่ราว ๆ เดือนตุลาคม-เมษายน ช่วงที่อากาศกำลังดีไม่มีฝนก็จะอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน-สิงหาคม มีลมเย็น ๆ จากฝั่งออสเตรเลียพัดผ่านเข้ามา บางวันถ้ามีฝนร่วมด้วย อากาศก็จะเย็นจนคล้าย ๆ กับหน้าหนาวทางภาคเหนือของไทยเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่ละฤดูกาลก็มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป ก็ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวว่าอยากไปเห็นบาหลีในรูปแบบไหน  – เที่ยวบาหลีกี่วันดี ในส่วนนี้ต้องดูว่านักท่องเที่ยวอยากจะไปเที่ยวชมส่วนไหนของบาหลีบ้าง เพราะถ้าจะไปเที่ยวทั่วทั้งเกาะ ก็ต้องใช้เวลาเดินทางนาน อย่างถ้าเดินทางจากเมืองคูตาขึ้นไปยังเมืองซีงาราจา (Singaraja) ก็ใช้เวลาราว ๆ 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว บนเกาะบาหลีไม่มีรถไฟฟ้า ไม่มีสนามบินในเมืองอื่น ๆ การเดินทางจะใช้ทางบกเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นก็ต้องวางแผนให้ดี ดูว่าจะไปที่ไหนบ้าง แต่ถ้าไปแค่ที่เที่ยวเด่น ๆ ไม่กี่เมือง ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน ก็น่าจะเพียงพอแล้ว


          – การเดินทางท่องเที่ยวในบาหลี นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกเช่ารถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ในการท่องเที่ยว แต่ถ้าไปเมืองอื่น ๆ ที่ไกลออกไปก็จะเลือกใช้บริการแท็กซี่ อูเบอร์ หรือบริษัททัวร์ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยบางกรุ๊ปก็เลือกที่จะใช้บริษัททัวร์ เพราะสะดวกและสามารถปรับตารางตามความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ อีกทั้งราคายังไม่แพงด้วย    – การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในบาหลี หากต้องการความสะดวกแนะนำให้ซื้อซิมโทรศัพท์จากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในประเทศอินโดนีเซีย หรือจากประเทศไทย เพราะสัญญาณ Wi-Fi แต่ละโรงแรมไม่ค่อยเสถียรมากนัก ถ้าไม่กังวลค่าใช้จ่ายก็แนะนำให้ซื้อซิมจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของไทย เช่น SIM2Fly (AIS) และ Travel Sim Asia (TrueMove H) ติดตัวไปเลย หรือถ้าลืม ก็ยังสามารถหาซื้อซิมโทรศัพท์ท้องถิ่นได้ที่สนามบินหรือร้านสะดวกซื้อของ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *