ภาคใต้ของประเทศไทย ประกอบด้วย 14 จังหวัด คือ 1.ชุมพร    2.กระบี่  3.พังงา  4.สุราษฎร์ธานี  5.นครศรีธรรมราช  6.สงขลา  7.ภูเก็ต  8.ระนอง  9.ตรัง  10.พัทลุง  11.สตูล  12.ยะลา  13.นราธิวาส  14.ปัตตานี

วัฒนธรรมประเพณี 

        ประชากรทางใต้ประกอบด้วยชุมชนชาวไทย-พุทธ และ ชุมชนชาวไทย-มุสลิม โดยพื้นที่ตอนบน นับจากชุมพรไปถึง พัทลุง ส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทยนับถือ

  พุทธศาสนา ส่วนทางพื้นที่ตอนล่างส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมลายู (ไทย-มุสลิม)

ประเพณีที่สำคัญมีดังนี้

  ประเพณีชักพระ เป็นประเพณีท้องถิ่นในภาคใต้ตอนกลาง เป็นประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาในพระ พุทธศาสนา และวิถีชีวิตชาวใต้ที่มีความผูกพันกับน้ำ ประเพณีชักพระหรือ

  ลากพระจัดขึ้นในช่วงออกพรรษา โดยเฉพาะในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ด้วยความเชื่อว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากสวรรค์ชั้นดาว ดึงส์ลงมายังโลกมนุษย์ จึงมีการจัดงาน

  เพื่อแสดงความยินดี ประชาชนจึงอัญเชิญพระพุทธองค์ขึ้นประทับ บนบุษบกที่จัดเตรียมไว้ แล้วแห่แหนไปยังที่ประทับ ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดขบวนทางเรือ แต่ในพื้นที่ที่ห่างไกล

  แม่น้ำ  ก็จะจัดพิธีทางบก

  ประเพณีแห่ผ้าขึ้นพระธาตุ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช  ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 คือ วันวิสาขบูชา และ วันมาฆบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3

    ประเพณีสารทเดือน 10 แบ่งลักษณะงานเทศกาลนี้ออกเป็น 3 วันคือ

       วันแรม 13 ค่ำ เดือน 10  เป็นวันแรกหรือวันเริ่มเตรียมจัดหาซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่พระสงฆ์จำเป็นต้องใช้ รวมทั้งอาหาร จัดใส่ภาชนะ เช่น กระจาด ตะกร้า ชะลอม 

  และอาหารแห้งอย่างหนึ่งที่จะขาดเสียมิได้ หรือเป็นหัวใจของสำรับ เพราะเป็นขนมประเพณี ที่ทำสืบมาแต่โบราณ 5 ชนิดคือ

  1.ขนมลา แป้งทอดโรยเป็นเส้นเล็กๆ

  2.ขนมพอง เป็นข้าวเหนียวทอดเม็ดพอง ส่วนมากทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน 

  3.ขนมบ้า หรือขนมมด เป็นขนมแผ่นรูปกลมแบนทอด คล้ายลูกสะบ้าไม่มีรู 

  4.ขนมดีซำ หรือเรียกขนมเบซำ เป็นขนมปั้นรูปกลมแบน ทำเป็นรูตรงกลาง 

  5.ขนมกงหรือขนมไข่ปลา

วันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 เรียก “วันยกหมรับ” และถือเป็นวัน “ตั้งเปรต” ด้วย คือ ยกภาชนะสำรับต่างๆ ที่บรรจุสิ่งของทำบุญทุกอย่างไว้แล้วนำไปทำบุญถวายพระ

  ที่วัด   จากนั้นนำสิ่งของที่ทำบุญออกไปทำพิธี “ตั้งเปรต”    การตั้งเปรตคือ การเอาอาหารทุกชนิด รวมทั้งดอกไม้ธูปเทียนเศษสตางค์ใส่กระทงไปวางบนแผ่นกระดาน  ทำพิธี

  กรวดน้ำแผ่ส่วนกุศลอุทิศไปถึงญาติที่ตาย อาหารที่นำมา ตั้งเปรต นี้ หลังจากทำพิธีอุทิศส่วนกุศลเสร็จ จะมีการแย่งชิงสิ่งของอาหารที่ ตั้งเปรต นี้ เรียกว่า ชิงเปรต 

วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวพื้นเมืองเรียก “วันฉลองหมรับ” หรือเป็น “วันสารท” มีการทำบุญเลี้ยงพระที่วัด และเป็นวันสุดท้ายของการทำบุญตามประเพณีนี้

วัฒนธรรมด้านศิลปการแสดง การละเล่น

  มีหลายอย่าง แต่ที่เป็นหลักและแสดงถึงเอกลักษณ์ของคนทางใต้ ก็มีดังนี้

   โนห์รา                

  การแต่งกายของมโนราห์ใต้  ผู้แสดงนุ่งสนับเพลาพร้อมเครื่องทรงครบชุด สวมเทริด  สวมเล็บมือยาว
  เครื่องคนตรีที่ใช้ในการแสดงมีดังนี้

  1.โหม่ง

  2.ฆ้องคู่

  3.กลอง(โพน)

  4.ปี่

  5.ทับ(โทน)คู่

  6.ฉิ่ง

  7.แกระ

  การขับร้องใช้ประสานเสียงกัน และรับส่งเวลามีบทขับ โดยลูกคู่หน้าโรง การร้องบทใช้ด้นเป็นคำกลอนสด

   หนังตะลุง เป็นการแสดงมหรพพื้นบ้านที่นิยมแพร่หลายทั่วไปในทุกจังหวัดภาคใต้ แสดงโดยการเชิดตัวแผ่นหนังที่กำหนดทำขึ้นเป็นตัวละครในเรื่อง ตัวหนังที่เชิดนี้ทำด้วย

  หนังวัวหรือหนังแพะ ตอกเป็นลายฉลุลวดลายงดงาม แล้วใช้ไม้ชักเชิดให้เคลื่อนไหวท่าทางไปกับบทพากย์ เรื่องที่นำมาแสดงเป็นเรื่อง รามเกียรติ์ และเรื่องอื่นๆที่นายหนังแต่งขึ้น

  เองผูกเป็นเรื่องราว

  เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงมีดังนี้

  1.กลองตุ๊ก  2.ฆ้องคู่  3.โหม่ง  4.ซอด้วงหรือปี่  5.ทับ (โทน)  6.ฉิ่ง

    รองเง็ง

    รองเง็ง เป็นการแสดงประเภทศิลปะการเต้นรำประกอบดนตรี ของคนพื้นเมืองในแถบ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตลอดจนเมืองต่างๆ ของ

  มาเลเซียตอนเหนือ เช่น กะลันตัน ไทรบุรี ปาหัง ตรังกานู ล้วนเป็นที่นิยมเล่นกันทั่วไปและแพร่ไปถึงอินโดนีเซีย 
       
    เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการเต้นรำ รองเง็ง  มี ๑. กลองรำมะนา ๒. ฆ้อง ๓. ไวโอลิน  

ลักษณะการเต้นรำ เมื่อดนตรีขึ้นเพลง ผู้ชายจะไปโค้งฝ่ายหญิงแล้วพากันไปเต้นรำเป็นคู่ๆ ตามจังหวะเพลง มีทั้งช้าและเร็วหรือสลับกัน กระบวนท่ามีทั้งท่ายืน ท่านั่ง ปรบมือ

  เล่นเท้า หมุนตัว   การเต้นรำจะไม่ถูกเนื้อตัวกัน

  ด้านอาหาร   

    อาหารพื้นบ้านของทางใต้ ส่วนมากมีรสเผ็ดร้อน รสจัด ทั้งนี้เพราะใส่เครื่องเทศเข้มข้นในอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของปลา เพราะอาหารส่วนใหญ่ทำจากปลาทะเล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *