ปราสาทสัจธรรม เป็นการบอกเล่าเรื่องราวของศาสนา ปรัชญา อารยธรรม วัฒนธรรมดีงามของชาวเอเชียตะวันออก ที่สะท้อนถึงจริยธรรม วัฒนธรรม หน้าที่ศีลธรรมในอดีตสู่รูปองค์เทพต่างๆ ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยไม้ทั้งหมด แม้แต่ตัวล็อคที่เอาไว้เชื่อมไม้แกะสลักแต่ละชิ้นก็ไม่ใช้ตะปู แต่ใช้การเข้าเดือยตอกสลัก ตอกลิ่ม และเข้าหางเหยี่ยวแบบไทย เรียกได้ว่าเป็นงานศิลป์จากช่างมากฝีมือสมัยโบราณ แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันในแทบทุกรายละเอียด 

ปราสาทสัจธรรม

สถาปัตยกรรมต่างที่สร้างขึ้นแต่ละชิ้นล้วนมีความหมาย อย่างเช่น ยอดหลังคาพรหมสี่หน้า ที่เห็นโดดเด่นอยู่ด้านหน้าปราสาท สื่อถึงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของผู้ปกครอง ทั้ง พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ผู้บริหาร ผู้นำประเทศ และพระเจ้าแผ่นดินที่ตั้งอยู่บนพรหมวิหารธรรม 4 หรือแม้แต่ยอดปราสาทแต่ละยอด ไม่ได้เป็นรูปสัตว์ในวรรณคดีหรือพญานาค แต่เป็นรูปแกะสลักองค์เทพและเทวดา

บันไดทางขึ้นสู่ภายในตัวปราสาท โดดเด่นด้วยงานแกะสลักที่มาจากไม้หลากชนิด ทั้ง ไม้สัก ไม้ตะเคียน ไม้ประดู่  ไม้มะค่า

ปราสาทสัจธรรม

ปัจจุบันปราสาจสัจธรรมยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ และยังคงสร้างและต่อเติมไปเรื่อยๆ มาหลายปี เนื่องด้วยตัวปราสาทเป็นไม้และอยู่ติดทะเล ทำให้โดนไอเค็มของน้ำทะเลกัดกร่อนชิ้นงานให้เสียหายอยู่บ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นนอกจากชิ้นงานที่จะต้องต่อเติมขึ้นมาใหม่แล้ว ยังต้องแก้ไขและบำรุงรักษาชิ้นงานเดิมด้วย ขณะที่เดินชมปราสาทไปจะเห็นทีมงานกำลังทำงานกันอย่างขะมักเขม่น 

เข้ามาภายในตัวปราสาทจะพบกับประติมากรรมไม้แกะสลัก วิจิตรพิสดารแทบทุกจุด  ใจกลางปราสาทจะเป็นห้องโถงใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีบุษบงสถูปไม้สง่างามสื่อถึงสัญลักษณ์แห่งการหลุดพ้น

นอกจากนี้ยังแบ่งออกเป็นห้องจตุรมุข 4 ห้อง ตามทิศ  เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ห้องนี้ถือเป็นห้องไฮไลท์ มีแสงส่องกระทบจากช่องหน้าต่างและประตู เข้ามาสู่บริเวณตรงกลางของห้อง ทำให้ดูขลังและมีความวิจิตรอลังการมาก งานแกะสลักเป็นเรื่องราวกำหนดโลกธาตุ ทั้ง 4 ที่สร้างสรรพสิ่งในทางโลกนี้ได้แก่ ลม ไฟ น้ำ ดิน ตามความเชื่อของศาสนาพรหม พุทธ ฮินดู

ปราสาทสัจธรรม

ตลอดเวลาที่เดินชมงานสถาปัตยกรรมภายในปราสาท มีลมทะเลพัดเข้ามาตลอด อากาศเย็นสบาย เดินถ่ายภาพพร้อมไปกับชมผลงานแล้วแอบขนลุก เป็นความรู้สึกทึ่งและตื่นเต้นที่ได้เห็นงานสวยๆ เช่นนี้